บทสัมภาษณ์ - ด.ญ.เพชรอุ้ม เศรษฐปิยานนท์ นักเรียนทุน N.I.Y.E 2016

NIYE 2016

 

ดิฉัน เด็กหญิงเพชรอุ้ม เศรษฐปิยานนท์ และ เพื่อนชาวไทยอีกห้าคนได้มีโอกาส ได้เป็นนักเรียนทุน NIYE ไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เมืองทาคายาม่า

ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ ๑๐-๒๑ ตุลาคม โดยในระยะเวลาสิบวันที่ไปที่นั่นดิฉันพักที่ศูนย์เยาวชนโนริคุระ ตอนอาศัยที่ทาคายาม่า และ พักที่ศูนย์โอลิมปิกขณะที่

อยู่โตเกียว การไปญี่ปุ่นครั้งนี้ ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ว่าดิฉันจะไปที่ญี่ปุ่นอีกกี่ครั้งก็ไม่สามารถหาอะไรที่เหมือนกับครั้งนี้ได้

 

๑๐,๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

ในวันนั้นวันที่เดินทางด้วยความที่ดิฉันเป็นคนที่ประมาทและสะเพร่าจึงเข้าใจวันเดินทางผิดวัน เกือบตกเครื่องไม่ได้ไปแล้ว ดิฉันแอบหยิกตัวเอง

ไปหลายทีตอนที่รู้เลยล่ะ ยอมรับว่าแอบตื่นเต้นนิดหน่อยขณะที่กำลังนั่งรถไปสนามบิน ในใจก็คิดว่า เราจะเข้ากับคนไทยได้มั้ยนะ เราจะคุยกับคนญี่ปุ่นรู้เรื่อง

มั้ย  อาหารจะอร่อยรึเปล่า ฟูกนอนจะนอนสบายเหมือนที่บ้านมั้ย และอีกหลาย-อย่างที่คนคนหนึ่งจะกังวลได้ เมื่อมาถึงสนามบินดิฉันก็รีบไปทานข้าวเย็น ก่อนที่จะไปเช็คอิน

ดิฉันมนุษย์สัมพันธ์ไม่ค่อยจะดีนัก เข้าหาคนอื่นก่อนไม่เป็น แต่ก็ยังโชคดี ที่มีแจมมี่ สริตา ที่เป็นเพื่อนจากโรงเรียนเดียวกันไปด้วย ซึ่งแจมมี่เป็นคนที่อัธยาศัยดีมากๆ จนถึง

เวลาเข้าเกต ผ่านด่านตรวจพาสปอร์ตดิฉันก็ร่ำลาคุณพ่อและเดินไปพร้อมกับเพื่อนๆ

                   ขณะที่อยู่บนเครื่องบิน ดิฉันนอนไม่ค่อยหลับ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร นั่งเพียงห้าชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้ว ที่สนามบิน Chubu Centrairเป็นสนามบินที่

ค่อนข้างเล็กและเงียบแต่ก็ดี เพราะดิฉันไม่ค่อยชอบความวุ่นวายสักเท่าไหร่ อย่าลืมว่าต้องเขียนไปเข้าเมืองให้เรียบร้อย เพราะคุณป้าคนตรวจหน้าตาไม่เป็นมิตรเลย

พอออกมาจากสนามบินแล้ว ก็มีคุณลุงเจ้าหน้าที่สองคนมารับ ดิฉันจำชื่อคนไม่ค่อยเก่ง ขอเรียกลุงว่าลุงตาแดง กับลุงตาแด๊งแดงก็แล้วกันเพราะคุณลุงตาแดงจริงๆ

พอถามคุณลุงก็บอกว่าเป็นเรื่องปกติ ดิฉันก็ไม่ได้ซักถามอะไรอีก ดิฉันยังต้องรอเพื่อนชาวอินโดนิเซียอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงจากนั้นเราจึงนั่งรถจากสนามบินไปที่ที่พัก

เรานั่งรถประมาณสี่ชั่วโมงได้ และดิฉันก็เผลอหลับเพราะความง่วงด้วย ข้าวเที่ยงของวันนั้นเป็นแซนวิชไส้ไข่กับสลัดมันฝรั่ง ฉันไม่ค่อยชอบทานหรอกนะ

แต่พอเห็นคนญี่ปุ่นทานกันแล้วก็อดที่รู้สึกผิดไม่ได้ สุดท้ายดิฉันก็ทานไม่หมดอยู่ดีที่นั่นมีถังขยะหลายประเภท “เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม” ใช่ ดิฉันควรจะ

ปฏิบัติจามสำนวนนี้ คือเรียนรู้ที่จะแยกขยะ ขยะที่นั่นมีทั้ง ขยะแบบที่เผาได้ เผาไม่ได้ แบบขวด PET ฯลฯ  กว่าจะถึงที่ที่พักก็เย็นแล้ว ที่ศูนย์โนริคุระอากาศดี

เพราะว่าอยู่บนเขา ถึงแม้จะลำบากที่ต้องเสียเวลาเดินทางขึ้นลงเขาเกือบชั่วโมงก็เถอะ ที่นั่นต้นไม้เยอะมาก บรรยากาศที่นั่นดีพอที่ดิฉันจะจัดมันให้อยู๋ในหมวด

สถานที่โปรด ดิฉันนอนรวมกับเพื่อนผู้หญิงชาวไทยอีกสามคน ซึ่งก็คือแจมมี่ ป่าน และ เมี่ยง เตียงมีลักษณะเป็นเตียงสองชั้น การทำเตียงทุกเช้าไม่เป็นปัญหาเพราะ

ดิฉันต้องทำเป็นปกติ อาหารเย็ฯที่นี่เป็นบุฟเฟต์ มีเพียงไม่กี่อย่างแต่รสชาติใช้ได้ ดิฉันต้องอาบน้ำเป็นเวรตามที่ทางศูนย์จัดไว้ให้ โอฟุโระหรือที่อาบน้ำที่นั่นขนาด

ไม่ใหญ่ไม่เล็ก รู้สึกเขินเล็กน้อยที่ต้องอาบพร้อมกับคนที่ยังไม่ได้สนิทกัน

 

๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๙

                  เพลงโตโตโร่ปลุกดิฉันในตอนเช้า ที่นั่นเราไม่อาบน้ำกันในตอนเช้าหรอกจริงๆแล้วดิฉันตื่นไม่ทันเพลงโตโตโร่แต่เพื่อนๆบอกมาน่ะ ดิฉันเป็นพวกหูไม่ค่อย

จะดีด้วยสิ ดิฉันและเพื่อนๆทานอาหารเช้าร่วมกันและเดินทางไปยังเทศบาลทาคายาม่า เรามีการพูดคุยกันบ้างพอเป็นพิธี นายกเทศมนตรีรึเปล่าดิฉันก็ไม่แน่ใจ

ก็พยายามที่จะสื่อสารภาษาอังกฤษกับพวกเรา จากนั้นเราก็ไปหมู่บ้านชิราคาวะโกะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนี้ ดิฉันเคยไปที่นั่นตอนฤดูหนาวและมันสวยมาก

หลังคารูปสามเหลี่ยมหน้าจั่วที่มุงด้วยฟางเวลาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาๆ ทำให้ดิฉันนึกถึงนิทานที่มีคุณยายใจดีตำโมจิ แต่ครั้งนี้ดิฉันไปตอนฤดูใบไม้ร่วง ก็เป็น

บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง พวกเราแวะทานข้างเที่ยงท่จุดพัก ดิฉันได้ทานอาหารประจำจังหวัด ซึ่งก็คืออะไรสักอย่าง คล้ายๆมิโซะย่างบนใบไม้ รสชาติหวานมาก

อย่าบอกใคร ดิฉันเดินเก็บเกี่ยวบรรยากาศในหมู่บ้านสักสามชั่วโมงได้ ดิฉันไม่ได้ซื้อของกระจุกกระจิกเหมือนคนอื่นหรอกนะ เพราะฉันซื้อไปฝากใคร เขาก็ไม่ค่อยใช้กัน

จากนั้นกิจวัตรดิฉันก็เป็นเหมือนเดิมนั่นแหละ ทานข้าวเย็น อาบน้ำ ประชุมยามดึกนิดหน่อย พักผ่อนตามอัธยาศัย

 

๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙

               วันนั้นไปโรงเรียน รู้สึกเหมือนไปโรงเรียนวันแรกตอนประถมหนึ่งเนื้อเต้นเลยทีเดียว โรงเรียนต้องขึ้นเขาไปนิดหน่อย ดิฉันจำชื่อโรงเรียนไม่ได้ พอไปแล้ว

ก็ต้องแสดงการแสดงที่เตรียมไปเลย ดิฉันไม่พร้อมหรอก ไม่เคยพร้อมนักเรียนเกรดเก้าคนหนึ่ง มากล่าวต้อนรับเป็นภาษาไทยซึ่งดิฉันคิดว่าน่าจะแปลจาก

ภาษาญี่ปุ่นโดยใช้ google translate ใครๆก็รู้ว่าทักษะการแปลของโปรแกรมนี้มันไม่เอาอ่าวซะเลย ทั้งตลกและน่ารักในคราวเดียวกัน เวลาที่คนต่างชาติพยายามจะพูด

ภาษาไทยน่ะ โรงเรียนที่นั่นมีนักเรียนเพียงร้อยกว่าคน ร้อยกว่าคนเท่านั้น น้อยมาก ถึงจะมีแค่มัธยมต้นก็เถอะ ดิฉันเยี่ยมชมโรงเรียน โรงเรียนที่นั่นสวยมาก ให้

ความรู้สึกไม่เหมือนโรงเรียนสักเท่าไหร่ ดิฉันเข้าคลาสภาษาอังกฤษกับนักเรียนเกรดเก้า พวกเราพยายามจะสื่อสารกันถึงจะไม่ค่อยรู้เรื่องก็เถอะ เมื่อถึงเวลา

ข้าวเที่ยง ข้าวเที่ยงเยอะมากจนทานไม่หมด ทุกคนทานเร็วเหมือนดูดอาหารเข้าไป อาหารค่อนข้างเนชย็นชืดแต่นมอร่อยมาก จากนั้นดิฉันก็เข้าคลาสเขียนพู่กันกับ

นักเรียนเกรดแปด อยู่กลุ่มเดียวกับนานะจัง ยูโตะคุง และอีกประมาณสามคน มีคนนึงหน้าตาเหมือนกับคนที่โรงเรียนของดิฉันเลย ไม่ใช่คนนึงสิ ประมาณ

สิบห้าคนได้ นักเรียนหญิงที่นี่นอกจากหน้าตาคล้ายกันแล้วทรงผมยังคล้ายกันอีก ดิฉันได้เขียน คำว่า ญี่ปุ่น สีฟ้า ความสงบสุข ราเมง แบดมินตัน และชื่อตัวเอง

เพื่อนชาวญี่ปุ่นยังขอให้ฉันช่วยเขียนชื่อพวกเขาเป็นภาษาไทยด้วย ในคาบสุดท้ายดิฉันได้ลองเล่นโคโตะ เครื่องดนตรีที่ให้เสียงแบบเวลาที่เข้าร้านอาหารญี่ปุ่น

นั่นแหละ เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีด อ้อ ดิฉันเข้าคลาสนี้กับเด็กเกรดหนึ่ง พวกเขาค่อนข้างขี้อาย ดิฉันเล่นเพลงซากุระ ซากุระแหละ วันนั้นฉันได้ทำอะไรมากมายเลย

 

๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙

              ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ดิฉันชอบธรรมชาติ การเก็บผลไม้เป็นส่วนหนึ่งที่ดิฉันโปรดปราน ด้วยความที่เป็นเมืองหนาวแอปเปิลที่นี่จึงมีผลที่ใหญ่ และ กรอบ

ความรู้สึกเวลากัดแอปเปิลที่เพิ่งเด็ดออกมาจากต้นน่ะสุดยอดไปเลย น้ำของแอปเปิลฉ่ำไปหมด อากาศก็ดี สวนแอปเปิลทำให้ดิฉันมีความสุขอย่าง

ไม่น่าเชื่อ จากนั้นเราก็นำแอปเปิลที่เก็บมาได้ไปทำน้ำแอปเปิลทานคู่กับโมจิและข้าวคลุกปลาแซลมอนห่อใบไม้ คุณยายคนทำท่านใจดีมาก ท่านห้ามเราไม่ให้พูดขณะใช้

ใบไม้ห่อข้าว แต่พวกเราก็ยังคุยกันอยู่ดี ดิฉันเริ่มเข้ากับเพื่อนๆได้แล้วล่ะ ดิฉันได้ดื่มน้ำแอปเปิลที่รสชาติเหมือนซีริแลกซ์ของเด็กทารก ถ้าเป็นไปได้ดิฉันขอ

ทานแอปเปิลที่เป็นลูกดีกว่า basic is the best น่ะ เคยได้ยินกันใช่มั้ย จากนั้นฉันก็ได้ทานโมจิปิ้งราดด้วยอะไรสักอย่างดำๆหวานๆ แต่ดิฉันไม่ค่อยชอบของหวาน

ดิฉันไปที่คลองแถวบ้านคุณยายต่อ น้ำใสมากๆ คุณลุงคนขับรถสอบขว้างหินแบบที่เห็นในการ์ตูนญี่ปุ่นด้วยนะ แต่ดิฉันทำไม่ได้หรอก ตอนกลางคืนมีกิจกรรมกับ

เพื่อนชาวญี่ปุ่นด้วย มีโฮสของดิฉันด้วยนะ เธอชื่อฮารุนะจังแหละ แล้ววันก็ผ่านไปอีกวันหนึ่ง

 

๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๙

               วันนี้เป็นวันที่จะได้อยู่กับฮารุนะจังแล้ว ตื่นเต้นมากๆเลยล่ะแต่ดิฉันก็ไม่ได้แสดงออกมากเท่าไหร่หรอก มีคุณแม่กับคุณลุงมารับดิฉันที่เทศบาล พวกเขาพาดิฉันไป

เลือกซื้อข้าวเย็นที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วก็พาไปถ่ายรูปที่ตู้สติกเกอร์ด้วย อยู่ที่ประเทศไทยหายากแล้วนะนั่น บ้านของฮารุนะจังมีสองชั้น ห้องน้ำไฮเทค

มาก ทุกคนใจดีและดูแลดิฉันดีมากโดยเฉพาะคุณป้า ที่คอยเอาใจใส่ดิฉันเป็นพิเศษ ฉันทานข้าวเย็นจนรู้สึกว่าน้ำหนักเพิ่มาสักสองกิโลกรัมได้ มีทั้ง สารพัดของทอด

โอโคโนะมิยากิ ยากิโซบะ ซูชิ ซาชิมิ เหมือนทานชาตินี้ ทานอีกทีชาติหน้า แล้วก็ยังมีชองหวานเป็นทิรามิสุ แน่นอนว่าดิฉันเลือกเอง มันเลยไม่ค่อยหวาน

สักเท่าไหร่ ดิฉัน ฮารุนะ และน้องชายของเธอเล่นเกมวีด้วยกัน มาริโอ้น่ะ ฉันเล่นเกมส์ไม่ค่อยเก่งหรอก แต่สนุกมากเลยนะ ฉันกับบฮารุนะนอนห้องเดียวกัน

ฟูกที่นอนนุ่มกว่าที่ศูนย์อีก ฉันว่าฉันได้ทราบบางอย่างเกี่ยวกับฮารุนะหลังจากสังเกตและอยู่กับเธอมาหนึ่งคืน คือ เธอเป็นคนเดียวในบ้านที่พูดภาษาอังกฤษได้

เธอชอบใส่กระโปรง ชอบสีชมพูและสีม่วง ชอบเจ้าหมีดัฟฟี่ของดิสนีย์ เธอมีถุงน้องสองสี เธอชอบทานปลาหมึกทอด และเธอใช้แชมพูกลิ่นสลัด

 

๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๙

                ในตอนเช้าฮารุนะจังต้องรีบไปโรงเรียน พวกเรามีเวลาน้อยมากในการร่ำลากัน เธอให้แฟ้ม กระเป๋า และผ้าเช็ดผมลายสนูปปี้แก่ดิฉัน มันน่ารักมากๆเลย

วันนี้ดิฉันไปเที่ยวชมเมือง ไปพิพิธพันธ์ไม้ ไปชมเมืองเก่า และได้ทานเนื้อฮิดะด้วยที่นี่มีมาสคอตเป็นตัวซารุโบะโบะหรือลูกลิง ซึ่งดิฉันมองยังไงก็ไม่เหมือนลูกลิง

ดิฉันมี อิโอริ กับ ซากิ เป็นไกด์ให้ด้วย แต่วันนี้ค่อนข้างร้อน อารมณ์ของฉันจึงไม่ค่อยดีเท่าไหร่

 

๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๙

                 วันนี้ดิฉันไปที่สวนหมีดำ หมีน่ารักมาก ถึงมันจะขี้เกียจก็เถอะ แต่เวลาที่มันรับอาหารน่ะเก่งมากเลยล่ะ แล้วดิฉันก็ได้ชิมน้ำหมีด้วย มันคือเครื่งดื่มอะไรสักอย่าง

กลิ่นเหมือนร้านขายยา รสชาติเหมือนวีต้า เบอร์รี่คิดว่าน่าจะเป็นเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งพี่เบ๊บคนที่ไปกับดิฉันดื่มแล้วคึกตาสว่างยันตีสี่เลยทีเดียว จากนั้นดิฉันก็ไปขึ้นเขา

Shin-Hodaka น่าเสียดายที่วีนนั้นฝนตก เมฆเยอะ จึงไม่ค่อยเห็นวิวเท่าไหร่ อ้อ ช่วงนี้ดิฉันและเพื่อนๆต้องเร่งพรีเซนเทชั่นกันแล้วล่ะดิฉันได้เป็นคนวาดรูปด้วย

 

๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๙

               วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่โนริคุระ น่าใจหายใช่มั้ยล่ะ ดิฉันใช้เวลาทั้งวันที่โนริคุระ ทำฮานะโมจิ ซึ่งดิฉันทำออกมาหน้าตาน่าเกลียดที่สุด แล้วก็ทานโมจิ

ตอนเย็นทีงานอำลา ดิฉันได้แสดงการแสดงอีกรอบและทานอาหารที่ไม่ซ้ำเหมือนวันที่ผ่านมา

 

๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๙

               วันสุดท้ายที่โนริคุระก็มาถึง ดิฉันออกเดินทางแต่เช้า เวลาที่กะว่าจะเอามาซึมซับบรรยากาศ ก็ถูกความง่วงกลืนไปหมด สิ่งที่ฉันโปรดปรานที่สุดคือเวลานั่ง

รถขึ้นลงจากภูเขา ฉันชอบเวลาดอกหน้าไหวไปตามแรงลม ชอบอากาศเย็นๆที่ทำให้จมูกแดงขึ้นมา ชอบเวลาที่แสงแดดส่องผ่านต้นไม้ ชอบที่ไม่ว่าเวลาไหนที่มอง

ก็ให้อารมณ์ความรู้สึกที่ต่างกัน แต่ทำให้สบายใจเหมือนกัน ชอบเวลาชมวิวไปฟังเพลงไป ชอบเวลาที่ดื่มนมแล้วลมพัดตีหน้าเบาๆ พอไปถึงที่โตเกียวก็ไม่มี

อากาศเย็นๆ ดิฉันไปที่สถานทูตไทย เพื่อลงนามให้ในหลวง ลงนามด้วยความตั้งใจภาษาที่ใช้เขียนลงไปอาจจะไม่ถูกต้อง แต่ดิฉันก็เขียนด้วยความตั้งใจ   

ที่ศูนย์โอลิมปิกต้องนอนกับชาวอินโดนิเซียแต่สุดท้ายก็นอนกับคนไทยทั้งหมดด้วยกันในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ไม่สบายเหมือนที่โนริคุระ ฟูกก็เหม็นอับ ห้องค่อนข้างสกปรก

แต่มีที่นอนก็ดีแล้วล่ะ

 

๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๙

               วันนี้เป็นวันนำเสนอจริง มีประเทศกัมพูชา ลาว พม่า อินโดนิเซียและไทย แต่ละประเทศมีหัวข้อของตัวเอง มาช่วยกันดิสคัส มีคนญี่ปุ่นด้วย ดิฉันไม่ทราบหรอก

ว่าตัวเองพูดได้ดีรึเปล่า แต่ดิฉันทำเต็มที่ ดิฉันตั้งในทำอินโฟกราฟฟิกออกมาให้เข้าใจง่าย ตั้งใจพูด และพยายามตอบคำถาม ต้องมีสติตลอดเวลา ตอนบ่ายไปท่องเที่ยว

ตามสะดวก ดิฉันได้ของติดไม้ติดมือมานิดหน่อย

 

๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

               วันนี้วันสุดท้ายแล้วขอบคุณทุกคนมากๆนะ เป็ฯประสบการณ์ที่ดีจริงๆขอบคุณป๊ากับม๊าที่ให้โอกาสหนูไปแลกเปลี่ยนนะคะ

ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกๆท่านที่ให้โอกาสเลือกดิฉันมาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมครั้งนี้นะคะ

ขอบคุณคุณอาคุณน้าผู้ปกครองเพื่อนๆที่ทำให้หนูได้เจอเพื่อนๆนะคะ

ขอบคุณพี่มนต์ที่ดูแลหนูมาตลอดสิบวัน

ขอบคุณเพื่อนๆทั้ง แจมมี่ เปี๊ยะ พี่เบ๊บ เมี่ยง ป่าน ที่เป็นความทรงจำดีๆและเป็นเพื่อนที่น่ารักของเรา

Special thanks to Indonesian friends, Rania,Alyana,Nikita,Sekar,Alif , and Lili for being my lovely friends.

Special thanks to LAOS,Cambodia , and Myanmar friends ,specially Paloma and James.

Special thanks to Norikura’s staffs.

Special thanks to Japanese friends.

Special thanks to Harunachan and her family for taking care of me.

ขอบคุณตัวเองที่เลือกสอบมาโครงการนี้

ขอบคุณจริงๆนะคะ :)