บทสัมภาษณ์ - ด.ญ.นันท์นภัส งามศัพพศิลป์ (ป่าน) นักเรียนทุน N.I.Y.E 2016

โครงการ N.I.Y.E 2016

ประสบการณ์ครั้งแรกในความทรงจำแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัย

ด.ญ.นันท์นภัส  งามศัพพศิลป์ (ป่าน)

สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ ด.ญ.นันท์นภัส  งามศัพพศิลป์ ค่ะ อยู่ชั้นม.3 อายุ 14 ปีค่ะ นี่เป็นการเดินทางมาที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกของฉัน ซึ่งฉันมีความตื่นเต้นมากๆก่อนที่จะได้มาที่นี่ ซึ่งที่นี่ก็ไม่ทำให้ฉันผิดหวัง ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่นอกจากจะสวยงามและสะอาดแล้วยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่ยังคงมีร่องรอยหลงเหลือมาถึงปัจจุบัน การมาญี่ปุ่นในครั้งนี้ไม่ได้เพียงมาท่องเที่ยวเท่านั้นแต่ยังทำให้ฉันได้เปิดหูเปิดตาท่องโลกใบใหม่และเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างที่ไม่สามารถหาพบได้ในประเทศไทย

25591011_4241.jpg

อาหารมื้อแรกที่ญี่ปุ่น คือ แซนวิช กับ น้ำชาเขียวออกมากินข้างนอกรถบัส

unnamed (2).jpg

หลังรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ก็ต้องปฏิบัติภารกิจต่อไปคือ การแยกขยะ ที่ญี่ปุ่นเคร่งครัดมาก เราต้องแบ่งประเทขยะให้ถูกต้องตามแต่ละถังซึ่งจะมีรูปแปะอยู่ นับเป็นสิ่งแรกที่ควรนำมาเป็นแบบอย่างที่ไทย

พอมาถึงศูนย์ Norikuraแล้ว วันแรกยังไม่มีกิจกรรมใดๆ เก็บของแล้วสามารถมาเดินเล่นรอบๆศูนย์ได้อากาศบนนี้หนาวมากเพราะอยู่บนภูเขาสูง

unnamed (4).jpg

นี่เป็นห้องนอนซึ่งเป็นเตียงสองชั้นในห้องมีทั้งหมดสี่เตียง ซึ่งที่นี่มีหลายห้องมาก ไม่ว่าจะ ห้องขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ซึ่งมีการแบ่งชายหญิงชัดเจน ซึ่งพี่มนต์ Attendant ของพวกเราต้องแยกไปนอนอีกห้องหนึ่ง

unnamed (5).jpg25591012_8680.jpg

ทางฝั่งซ้ายคือห้องนั่งเล่น และทางขวาคือทางเข้าห้องอาหาร

25591012_646.jpg25591012_2173.jpg

ข้างหน้าทางออกของห้องอาหารจะเป็นถังขยะ ที่ต้องแยกชนิดเช่นกัน และจะมีเครื่องขายน้ำและไอศกรีมอัตโนมัติ

25591012_7136.jpg25591013_5505.jpg

ก่อนจะเข้าห้องอาหารต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ซึ่งตรงนี้เราสามารถมากดน้ำดื่มทานได้ ข้างๆมีตู้น้ำอุ่นบริการด้วย ซึ่งอาหารของที่นี่เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ สามารถตักทานได้ไม่อั้นซึ่งควรจะทานให้หมด อาหารมีให้เลือกหลากหลาย อร่อยมากๆด้วย แล้วก็ยกไปนั่งทานที่โต๊ะได้เลย อาหารที่นี่จะใช้ตะเกียบเป็นหลักและซุปมิโซะก็สามารถยกซดได้เลย

25591012_7231.jpgunnamed (6).jpg

หลังรับประทานเสร็จก็ต้องเก็บเก้าอี้ให้เรียบร้อยแล้วยกไปเก็บล้างภาชนะตรงทางออก

กิจกรรมไฮไลท์ของงาน คือกิจกรรมไปแลกเปลี่ยนที่โรงเรียนมัธยมต้นKugunoค่ะทุกคนตั้งตารอคอยมาก

พอมาถึงพวกเราก็เข้าไปทักทายผู้อำนวยการของที่นี่และเปลี่ยนเป็นชุดรำค่ะ หลังจากนั้นก็เข้าไปนั่งในห้องโถง มีเด็กนักเรียนมากล่าวทักทายและมีโชว์เคนโด้และการร้องเพลงประสานเสียงของนักเรียนที่นี่ พวกเราประทับใจมาก

แล้วก็ถึงตาการแสดงของพวกเรา เป็นการแสดงที่ชื่อว่า ระบำดอกบัว ทุกคนตั้งใจชมการแสดงมาก สุดท้ายก็ออกมาด้วยดี

คุณครูก็พาพวกเราไปเดินดูการเรียนการสอนของที่นี่ โรงเรียน Kuguno เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แต่อุปกรณ์การเรียนการสอนครบครัน

นอกจากนั้นก็พาพวกเราไปชมห้องสมุดและห้องดนตรี

หลังจากนั้นก็ได้เวลาไปเข้าเรียนกับเพื่อนๆที่โรงเรียนแห่งนี้แล้วคาบแรกเป็นวิชาภาษาอังกฤษได้ทำกิจกรรมและรู้จักกับเพื่อนใหม่ เป็นนักเรียนชั้น ม.3 เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของฉันเลยคุณครูที่สอนภาษาอังกฤษใจดีมากค่ะ

พักรับประทานอาหารกลางวันกับเพื่อนๆ อาหารอร่อยมากๆค่ะแต่ก็เยอะมากๆ นักเรียนที่นี่กินเร็วมากค่ะ

ต่อมาก็ได้ไปเรียนการเขียนพู่กัน กับน้องๆม.2 น้องใจดีมากค่ะ ได้ฝึกคัดหลายคำเลย ค่อยๆสอนทีละขั้นตอน และฉันได้เขียนชื่อพวกเขาเป็นภาษาไทยให้ด้วย ทุกคนดีใจกันมากๆ นอกจากนี้ฉันได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆทั้งคันจิและคาตาคานะ

วิชาสุดท้ายคือ การสอนเล่นเครื่องดนตรีที่เรียกว่า Koto ซึ่งเรียนกับน้องๆม.1 โดยเรียนเพลง SakuraSakura น้องๆเล่นได้ไพเราะมากค่ะ หลังจากให้เล่นก็มีการออกไปเล่นข้างหน้า พอเล่นจบคุณครูก็จะให้เด็กๆแสดงความคิดเห็นกันค่ะ เด็กๆยกมือกันพรึบ  ทุกคนต่างมีความกล้าแสดงออกในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้พวกเราประหลาดใจค่ะ

หลังจากเรียนจบก็จะมีพิธีอำลา ตัวแทนชั้นก็จะออกมากล่าวปิดและให้พวกเรากล่าวความรู้สึกค่ะ

เด็กนักเรียนก็มีการแสดงประสานเสียงอำลาพวกเราอีกครั้งหนึ่งและมีการเดินจับมือทุกคน

นี่คือโฮสของฉันค่ะ ShirataHitomiชั้นม.3 เท่ากัน แต่อายุ 15 ปีค่ะ เราเจอกันที่โรงเรียนแล้วค่ะ

unnamed (17).jpgunnamed (19).jpgunnamed (20).jpg

ครอบครัวของ Hitomiใจดีมาก ก่อนไปทานข้าวก็พาฉันไปเดินร้านหนังสือ และซื้อปากกาสีให้ฉันด้วย และก็พาไปที่         ซุเปอร์มาเก็ตด้วย สอนคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นให้ฉันหลายคำเลย พาไปเลือกซื้อของ เหมือนเราเป็นสมาชิกคนนึงในบ้านเลยค่ะ ตอนเย็นก็พามากินซูชิสายพานที่ร้านซูชิค่ะ เป็นครั้งแรกที่ฉันได้กินชาเขียวค่ะ ตกเย็นก็พากลับบ้าน ค่อนข้างไกลจากตัวเมืองนิดหน่อย เธอพาฉันมาลองชุดนักเรียนของเธอ ตัวสีขาวไว้ใส่ช่วงหน้าร้อนซึ่งจะมีทั้งแขนสั้นและยาว ส่วนตัวสีน้ำเงินดำจะเป็นชุดหน้าหนาวแขนยาวค่ะ ชุดกะลาสีน่ารักมากๆเลยค่ะ ต่อจากนั้นคุณแม่ของHitomiก็พาฉันไปลองชุดกิโมโนถึงสามตัวเลยค่ะ แต่ละชุดนี่สวยๆทั้งนั้นเลย แม้ว่าจะใส่และเก็บยากแต่คุณแม่ก็ยินดีที่จะให้ฉันได้ลองใส่หลังจากนั้น คุณแม่และHitomiก็มาสอนฉันเกี่ยวกับพิธีชงชา และให้ฉันทาน รสชาติมีความขมกว่าปกติแต่ก็อร่อยและแปลกใหม่ดีค่ะ หลังจากนั้นHitomiก็เล่นเปียโนให้ฉันฟัง เล่นเก่งมากเลยค่ะ เธอได้รางวัลเต็มเลย เล่นได้ไพเราะมากๆด้วยค่ะ หลังจากนั้นก็สอนฉันพับกระดาษโอริกามิเป็นลายต่างๆสนุกมากๆค่ะ หลังจากนั้นก็ไปทานผลไม้ด้วยกัน

unnamed (23).jpgunnamed (24).jpg

หลังจากนั้น คุณแม่และHitomiก็มาสอนฉันเกี่ยวกับพิธีชงชา และให้ฉันทาน รสชาติมีความขมกว่าปกติแต่ก็อร่อยและแปลกใหม่ดีค่ะ หลังจากนั้นHitomiก็เล่นเปียโนให้ฉันฟัง เล่นเก่งมากเลยค่ะ เธอได้รางวัลเต็มเลย เล่นได้ไพเราะมากๆด้วยค่ะ หลังจากนั้นก็สอนฉันพับกระดาษโอริกามิเป็นลายต่างๆสนุกมากๆค่ะ หลังจากนั้นก็ไปทานผลไม้ด้วยกัน

เปิดทีวีและให้ดูคอลัมน์ที่ลงในหนังสือพิมพ์ด้วยค่ะ หลังจากนั้นก็อาบน้ำเข้านอนค่ะ

ตอนเช้าก็พาฉันไปเดินเล่นรอบๆหมู่บ้าน บ้านHitomiใกล้กับบ้านของเพื่อนๆคนอื่นๆมากค่ะ เดินไปได้เลย มีลำธารเล็กๆด้วย คุณตาของเธอปลูกถั่วด้วยค่ะ คุณย่าปลูกมะเขือเทศ ครอบครัวเธอปลูกข้าวแปลงเล็กๆไว้รับประทานเองด้วยค่ะ

unnamed (28).jpgunnamed (29).jpg

หลังจากนั้นก็พาฉันมาส่งที่อำเภอได้เจอกับโฮสของเพื่อนๆด้วยค่ะ

unnamed (30).jpg

ได้ไปชมนิทรรศการไม้ด้วยค่ะล้ำค่ามากๆค่ะ

ต่อมาก็ได้ไปเดินเที่ยวในเมืองทาคายาม่า พร้อมกับรับประทานอาหารกลางวันซึ่งก็คือ ข้าวเนื้อวัว ของขึ้นชื่อค่ะ

unnamed (32).jpgunnamed (34).jpgunnamed (33).jpg

วันถัดมาได้มาสวนหมี ให้อาหารหมีและชมการแสดง ช่วงบ่ายไปขึ้น Shinhotaka Roadway เสียดายหมอกลงจัดค่ะ

วันสุดท้ายที่ได้อยู่ที่ศูนย์Norikuraก็ได้ทำ Hana Mochiกับเพื่อนๆ และได้ลองตีโมจิเองด้วย ได้ทานด้วยค่ะอร่อยมาก

เป็น memorial จริงๆค่ะ พวกเรารำระบำดอกบัว แล้วก็ตามด้วยการแสดงของเพื่อนๆชาวอินโดนีเซียค่ะ

วันมาถึงโตเกียว ก็มาลงนามไว้อาลัยที่สถานทูต พร้อมกับ Presentationเรื่อง RewableEnergy ค่ะ ได้เจอเพื่อนชาวลาว กัมพูชา เวียดนามด้วยค่ะ ช่วงบ่ายได้ไปเที่ยวที่ชิบูย่า กับฮาราจูกุค่ะ

สิ่งที่ฉันประทับใจมากที่สุดในการมาญี่ปุ่นในครั้งนี้คือ นิสัยของคนญี่ปุ่น ที่ตอนแรกที่ได้พบกันพวกเขาจะยังอายๆไม่กล้าพูดกับชาวต่างชาตินักแต่เมื่อเราสนิทกันมากขึ้นเขาจะเริ่มเปิดใจและเฟรนลี่มากๆเลย การได้ไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆนั้นหรือตามร้านสะดวกซื้อต่างๆผู้คนต่างเป็นมิตรและมอบรอยยิ้มอันสดใสให้แก่ฉันเสมอ แม้ว่าฉันจะฟังญี่ปุ่นได้แค่นิดเดียวและคนญี่ปุ่นก็พูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย แต่พวกเราก็สามารถใช้ภาษามือช่วยและต่างฝ่ายต่างใส่ใจกันและกันและพยายามเรียนรู้ภาษาของกันและกัน ซึ่งก็ทำให้พวกเราคุยกันได้ตลอดค่ะ และแม้ว่าพวกเราจะจากกันแต่พวกเราก็ยังคงเขียนจดหมายหากันอยู่ค่ะ นี่เป็นมิตรภาพที่ดีที่สุดของ และสถานที่แห่งนี้ยังคงตราตรึงไว้ในหัวใจของฉันและเพื่อนๆอย่างมิลืมเลือน ซึ่งต้องขอขอบคุณสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นที่ได้จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้ที่ได้มอบโอกาสดีๆแบบนี้แก่พวกเราทั้งหกคน ขอบคุณค่ะ