บทสัมภาษณ์ อริน ชิณณะเสถียร (น้องคิม)


โครงการ Junior High School Students in ASEAN Member Countries for Youth Exchange Project (N.I.Y.E)

“การส่งเสริมความเป็นตัวของตัวเองของเยาวชนโดยทางกิจกรรมเชิงประสบการณ์”

 

          เพื่อทำความรู้จักและเข้าใจในด้านต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่น เพิ่มพูนความเข้าใจเกี่ยวกับเยาวชนญี่ปุ่นและพัฒนาความเป็นผู้นำของบุคคลในรุ่นต่อไป ทาง ส.น.ญ. ได้รับมอบหมายให้คัดเลือกนักเรียน 6 คน เพื่อเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ตัวแทนนักเรียน ส.น.ญ. ที่รับคัดเลือกเพื่อไปทัศนศึกษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ประเทศญี่ปุ่น 10 วัน มาบอกเล่าประสบการณ์นี้คือ

 

001

         ด.ช.อริน ชิณณะเสถียร (คิม) อายุ 14 ปี เรียนอยู่ที่โรงเรียนโยธินบูรณะ ชั้น ม.3 เรียนภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนสอนภาษาสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นพหลโยธิน คอร์สJBB2 สอนโดย อ.Chiba อ.ถนัดศรี การเรียนในห้องก็สนุกดี อยากคุยอะไรก็คุยได้ครับ อาจารย์ใจดี สอนดีพยายามอธิบายอย่างละเอียด, ใช้ศัพท์ที่เราเข้าใจ หรืออธิบายศัพท์ใหม่ มีเรื่องเล่า แลกเปลี่ยนอยู่บ่อยๆครับผม

 

003


          เรียนภาษาญี่ปุ่นที่นี่ตั้งแต่เริ่มต้น เรียนหลายคอร์สกับอาจารย์หลายท่าน เป็นกำไรของผมที่ได้พบเก็บเกี่ยวความรู้เรียกว่าสอนดีและเอาใจใส่เราด้วย และยังมีโครงการดีๆ ทำให้ผมได้แสดงความสามารถจนได้ทุนไปทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น เคยตั้งใจไว้ตั้งแต่เรียน ป.6 ว่าอยากจะได้ทุนไปญี่ปุ่นสักครั้ง เพราะเรื่องทุนคุณพ่อคุณแม่สนับสนุนให้ผมพยายามไขว่คว้าด้วยตัวเองให้ได้ ผมก็ภูมิใจสุดๆ ที่ทำได้ ขอบพระคุณทางส.น.ญ. ที่ให้โอกาสผมครับ

 

004

สิ่งที่ผมมีคือความกล้าที่จะแสดงออก ทำตัวสบายๆ แต่ทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด

และให้กำลังใจตัวเอง หวังสิ่งใดต้องได้สิ่งนั้น แต่หลายๆ คนบอกว่าผมคิดแบบผู้ใหญ่

 

ภาพแห่งคความประทับใจบางส่วน...ของคิม

 

 

 

006007008010011013014

 

 

 

 

 

005

เหตุผลที่เลือกเรียนภาษาญี่ปุ่น

ตอนแรกการเรียนภาษาญี่ปุ่นของผมเป็นเพียงแค่การต่อยอดสิ่งที่โรงเรียนในวัยประถมเคยสอนแล้วทำให้ค้างคาใจเนื่องจากพูดไม่ได้ ส่วนอนิเมะหรือมังกะอะไรเหล่านั้นก็ไม่ค่อยรู้มากมายเท่าไหร่(มารู้ตอนที่ได้เรียนและแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ พี่ๆ อาจารย์ในห้องเรียนที่ ส.น.ญ.พหลโยธิน ครับ) แต่ตอนนี้เริ่มเห็นลู่ทางในการทำงานที่กว้างขึ้น สิ่งนี้จึงดูจะกลายเป็นเป้าหมายหลักของผมในการเรียนภาษาญี่ปุ่นขณะนี้ครับ และเมื่อพูดถึงมุมมองต่อประเทศญี่ปุ่นแล้วก็คิดว่าเป็นประเทศที่เจริญครับ ผู้คนโดยรวมมีระเบียบวินัยและเห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก รักษาน้ำใจได้ดี มีความสามัคคีในประเทศ เมืองในญี่ปุ่นมีระบบขนส่งที่ดีและครอบคลุม ก็อยากให้คนไทยรับสิ่งดีๆ ตรงนี้มาใช้ครับ

 

002

 

เรื่องเรียนไม่เป็นสองรองใครเพราะว่า....

ผมตอนนี้เรียนญี่ปุ่น (เสาร์) กับคณิต (อาทิตย์) ครับ ยังไม่หนักมาก เพื่อน ๆผมเรียนพิเศษเยอะมากแต่ผมจะสบายๆ (แต่แอบภูมิใจว่าอย่างน้อยก็ไม่มีใครรู้ญี่ปุ่นเหมือนเรา) แบบว่าวิธีการคิดของผมจะต่างออกไปจากคนอื่นคือการที่เราจะเอาตัวรอดได้นั้นไม่จำเป็นต้องไปนั่งเรียนเหมือนกับคนอื่นทุกอย่างหรือเหนือกว่าคนอื่นในทุกด้าน แต่เราควรมีสิ่งที่คนส่วนมากไม่มี ศึกษาในสิ่งที่สนใจจนเราชำนาญ ไม่ใช่ทำได้หมดแต่ไม่เก่งสักอย่าง ซึ่งถ้าทำได้จริงมันจะเป็นการลดคู่แข่งหรือเพื่มโอกาสหางานได้ง่ายๆ ผมจึงตั้งธงว่าการเรียนของผมนั้นจะเน้นไปในวิชาทางด้านภาษา ซึ่งผมถนัดและจะจำเป็นมาก ยิ่งเราจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้วได้หลายภาษายิ่งดี และคณิตศาสตร์ที่จำเป็นในทุกการสอบ จะค้นคว้าในสิ่งที่ตนเองสนใจอย่างไม่ลดละ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ ให้มาก ด้วยวิธีนี้จึงเป็นทางออกของผมในการเอาตัวรอดในยุคที่การเรียนมีการแข่งขันสูงครับ เวลา 1 ปี ที่จะเพิ่มโอกาสดีๆ ให้กับตัวเอง.... ปีหน้าผมจะไปเรียนโครงการแลกเปลี่ยนระยะยาวหนึ่งปี (AFS) ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เหตุผลที่เลือกประเทศนี้ก็ปรึกษากับอาจารย์แล้วว่าเป็นประเทศที่ส่งเสริมด้านการศึกษาเรียนให้เด็กคิดเองทำเองมากๆ ครับ ระบบการศึกษาดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก คุ้มค่ากับการที่ผมจะไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตวัยเรียนแน่นอนครับ

 

อนาคต...วางแผนอะไรไว้

ในอนาคตคิดว่าอยากจะทำงานในวงการธุรกิจครับ เช่นเป็นฝ่ายบริหาร การตลาด หรือฝ่ายติดต่อ รวมถึงงานที่ได้ใช้ทักษะการพูดเช่น ผู้นำเสนอ ล่าม ที่ปรึกษา เป็นต้นครับ เพราะผมจะได้ใช้ความรู้ด้านคณิตศาสตร์ ตรรกะ ภาษา และสังคมศาสตร์ ที่เรียนมาได้อย่างเต็มที่ครับ แต่ก่อนหน้านั้นก็อยากจะลองงานให้หลากหลายครับ เช่น ครู ล่าม ไกด์ หรือออกงานต่างๆ เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ได้ดีนั่นเองครับ

งานอดิเรก

จะเรียกว่างานอดิเรกก็ไม่เชิง เอาเป็นว่าถ้าผมมีเวลาว่างๆก็จะชอบเล่น Face book เพื่อการสื่อสาร แล้วก็ไปดูในเรื่องที่เราสนใจเช่นข่าวสาร ประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะสงครามครับ , ฟังเพลง (เบสิก) ถ้าไม่ทำสิ่งเหล่านั้นก็คือปั่นจักรยาน อ่านหนังสือ (ไม่ใช่หนังสือเรียนนะครับ)

 

015

 

นิยามคำว่าน้องคิม....คือสิ่งที่ผมเป็น

ทดลองทำทุกอย่างที่อยากจะทำ ยกตัวอย่างเช่น ไปบวชสามเณร ก็ได้ทำการเผยแพร่คำสอนดีๆสู่สังคมไปบ้างครับ ภาพรวมแล้วเป็นคนขี้เล่นครับ เล่นได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ฝาขวดน้ำถึงจรวดน้ำ ไม่ซีเรียสเรื่องเรียนเท่าไหร่ แต่จะเป็นคนที่รักษามาตรฐานเดิมไว้มากกว่า เช่นวิทย์ ก็จะพยายามประคองตัวเองไว้ แล้วมามุ่งมั่นจริงๆในสายความรู้ที่ตัวเองชอบครับเช่นประวัติศาสตร์ ภาษา ครับ กิจกรรมที่โรงเรียนก็ทำบ่อยครับ มีไปงาน Open House (แนะนำโรงเรียน) ไปค่ายคุณธรรม แข่งโต้วาที หรือแม้แต่เพชรยอดมงกุฎญี่ปุ่นก็แข่งมาแล้วครับ เพราะมองว่าความรู้ต้องอยู่คู่ประสบการณ์ครับผม อยากจะเปิดตัวเองให้กว้าง ส่วนสังคมเพื่อนก็ค่อนข้างกว้าง(เพื่อนเยอะครับ ก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พยายามช่วยเหลือเพื่อนอยู่ตลอดในสิ่งที่ช่วยได้)เนื่องจากกิจกรรมต่างๆ หลากหลาย เตรียมตัวเองให้รับความจริงว่าช่วงนี้กำลังเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของอนาคต บางอาจจะดูซีเรียสไปบ้าง เพราะกำลังหาเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่นั่นเองครับ แต่โดยรวมก็คิดว่าเข้าสังคมได้ค่อนข้างดี ปรับตัวเร็วครับผม

 

 

 

 

 

019

สิ่งที่ชอบที่สุดของประเทศญี่ปุ่น

ความเป็นนักคิด  พัฒนาประเทศให้เจริญครับ  ความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมที่ควรนำมาเป็นแบบอย่าง  ผู้คนมีระเบียบวินัยและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม รักษาน้ำใจได้ดี มีความสามัคคีในประเทศ  เมืองในญี่ปุ่นมีระบบขนส่งที่ดีและครอบคลุม และชอบศึกษาประวัติศาสตร์โดยเฉพาะสงครามครับ (อีกเหตุผลที่เรียนญี่ปุ่นเพราะประวัติศาสตร์ครับ)

029

โอซาก้าเป็นเมืองที่ชอบที่สุด...เพราะว่า

พอดีเป็นแฟนรายการอาหารญี่ปุ่น เวลาดูก็เห็นเขาพาชิมที่เมืองนี้ตลอด ก็เลยอยากไปตระเวนชิมรสชาดอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ครับ พูดถึงญี่ปุ่นผมนึกถึงของกินครับ ทาโกะยากิ เทมปุระ ซูชิ แกงกะหรี่ ซาชิมิ โดรายากิ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเยอะ  เป็นเมืองที่สวยงาม

024

มองหลาย ๆ มุม ก็ได้หลาย ๆ แบบ...เพราะว่า

ชอบโดราเอมอนที่ความเก่าแก่และความทันสมัยหาจุดลงตัวของมันได้(ไม่ว่าจะสร้างอะไรญี่ปุ่นก็ทำให้เป็นตำนานได้) ผู้คนมีใจที่เข้มแข็งและมีวินัย และญี่ปุ่นเองเขาก็มีของแปลกเยอะครับ ถ้าให้พูดโดยรวมก็คือผมชอบที่ญี่ปุ่นเป็นญี่ปุ่นแบบนี้แหละครับ ก็อยากจะไปสัมผัสชีวิตที่นั่นให้มากขึ้น

 

022

 

สิ่งที่ได้จากการไปทัศนศึกษาครั้งนี้

ได้มามากมายครับเล่าได้อีกนาน ไม่จบแน่นอน  ถ่ายรูปมาเยอะมาก ๆ มีเพื่อนเพิ่มขึ้น  การทำกิจกรรมเชิงท่องเที่ยวก็สนุกครับไปเที่ยวมรดกโลกยังงี้(ไปหลายที่มากครับ)  หรือว่าการไปเยี่ยมชมโรงเรียน  ก็ได้เข้าร่วมชั้นเรียนกับเขาด้วย  ไปอยู่กับโฮมสเตย์,ได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมด้วยครับ

 

031

 

ตัวแทนเยาวชนไทยได้แสดงออกอย่างไรบ้าง

สิ่งที่เราทั้ง 6 คนทำคือการไหว้และรอยยิ้มแบบไทย ๆ ทุกชาติที่เราพบเจอก็จะคุยกันด้วยไมตรีจิต  วันสุดท้าย มีการพรีเซ้นต์  ซึ่งเราก็เตรียมสื่อ,ภาพประกอบไปจากเมืองไทย(ซันเป็นคนที่วาดภาพสวยมาก ๆ ทุกคนช่วยกันทำซึ่งผมว่าเขาประทับใจสื่อที่ทำไป)  ผมเป็นคนพูดครับเรื่องที่พูดก็ประมาณว่าทำยังไงที่จะให้คนไทยกับคนญี่ปุ่นเข้าใจกันมากขึ้น ผมก็ยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริง(อ.เสาวลักษณ์ที่ไปดูแลน้อง ๆ กล่าวเสริมว่าผู้ใหญ่     หลายท่านประทับใจตรงนี้ และชมว่าเด็กไทยเก่งมาก)

 

028

 

ชักชวนเพื่อน ๆ มาเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ ส.น.ญ.ด้วยค่ะ

เพิ่มโอกาสให้ตัวเอง ด้วยการเรียนภาษาญี่ปุ่น  ทางเลือกในชีวิตก็จะมีมากขึ้น  มาเรียนที่ ส.น.ญ. กันเยอะ ๆ นะครับ  ได้เรียนกับอาจารย์ที่สอนดี สอนเก่ง มีความรู้มากประสบการณ์

 

018


มุมมองของชีวิต  อยากรู้อยากเห็นอยากลองสิ่งใหม่ๆ คิดต่างไม่ใช่สิ่งที่ผิดเสมอไป - อริน ชิณณะเสถียร