บทสัมภาษณ์ มญชุพร สิงหาปัด

สอบผ่านระดับ 3 และ N3 ค่ะ

ลองบอกเล่าถึงความแตกต่างและความยาก-ง่าย ในการสอบวัดระดับแบบใหม่ กับแบบเก่า

ในการสอบN3 จะมีไวยากรณ์และคันจิของระดับสองเก่าเข้ามาด้วย โดยเฉพาะในพาร์ทคันจิที่จะมีระดับ2 ค่อนข้างเยอะ ในพาร์ทไวยากรณ์การอ่านยังเป็นเรื่องของระดับ3 อยู่ มีคำศัพท์ระดับ2เข้ามาบ้าง ในพาร์ทฟังก็จะผสมๆกันไป ส่วนตัวแล้วคิดว่าการสอบแบบใหม่ดีตรงที่ว่ามีการเพิ่มเรื่องของระดับ2 เข้ามา เพื่อระดับชั้นของระดับ2 กับ3 จะได้ไม่ห่างกันเกินไป ทำให้พอรู้ข้อสอบบ้าง

เตรียมตัวยังไงก่อนสอบวัดระดับ มีเทคนิคยังไงถึง สอบได้คะแนนดีๆ และเรียนหนักขนาดไหนคะ

ก่อนสอบก็จะตั้งใจอ่านหนังสือมากๆ พยายามดูการ์ตูน/หนังเยอะๆ จะไปหาหนังสือมาอ่านแล้วใช้พจนานุกรมนั่งแปลทีละคำๆ แล้วก็เขียนแปลออกมา บางทีก็จะนั่งคัดคันจิ พยายามไม่กดดันตัวเองมาก พอเริ่มเบื่อก็ไปหาอย่างอื่นทำ แล้วก็ค่อยมาอ่านใหม่ ไม่จำเป็นต้องมานั่งท่องหนังสือทุกวันๆ แต่ผลัดกันไป เช่น วันนี้อยากดูการ์ตูนเรื่องนี้ วันนี้อ่านหนังสือ วันนี้คัดคันจิ สำคัญที่สุดคือทำยังไงให้ไม่เบื่อ

คิดว่าข้อดีของการสอบวัดระดับคืออะไรคะ

ทำให้รู้ระดับความสามารถของตัวเองว่าอยู่ที่ระดับไหน เหมาะสมกับที่เราเรียนไปมั้ย(เข้าใจที่เรียนแค่ไหน) ทำให้เรา รู้จุดแข็ง-จุดอ่อน ถ้าคะแนนในส่วนไหนไม่ดีก็พยายามดูเพิ่มสำหรับการสอบครั้งต่อไป

บอกเล่าประสบการณ์ สอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น

 

อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้น้องเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่ 3 และแบ่งเวลาสำหรับการเรียนยังไงคะ

เพราะภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่แปลกใหม่ ถึงแม้ว่าตอนนี้คนก็เริ่มจะเรียนภาษาญี่ปุ่นเยอะขึ้น แต่ก็คงจะหายากถ้าลองเดินตามถนนแล้วถาหาคนที่รู้ภาษาญี่ปุ่น ไม่เหมือนอังกฤษ , จีน ที่ไม่ว่าใครๆก็รู้ก็เรียน  เรารู้ภาษาญี่ปุ่นแล้วเราจะสามารถทำในสิ่งที่คนทั่วไปทำไม่ได้ เช่นบอกทางกับคนญี่ปุ่น การอ่านหนังสือดีๆที่ไม่มีแปล ในการแบ่งเวลาก็ไม่มีอะไรมาก วันเสาร์ก็มาเรียนตามปกติ  แต่ต้องพยายามแปลเยอะๆ แล้วเวลาเรียนก็จะจำได้ว่าเคยแปลประโยคแบบนี้ไม่ได้ เรียนไปก็จะจำได้เอง ว่างๆก็ลองคิดดูว่าสัปดาห์ที่แล้วเรียนหัวข้ออะไร ส่วนใหญ่ก็จะเฉยๆ ยกเว้นใกล้สอบที่จะอ่านหนังสือทุกคืนๆ ละครึ่ง-1 ช.ม.

ชักชวนเพื่อนๆ ที่ยังลังเลใจมาเรียนที่ ส.น.ญ. หน่อย

สำหรับคนที่ยังลังเลอยู่ บอกได้เลยว่า เรียนเถอะ  การรู้ภาษาใหม่ๆ ถือว่าเป็นความรู้ที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต ถึงแม้จะเรียนได้ไม่นาน แต่ถ้าคุณรู้ภาษาๆหนึ่ง คุณจะสามารถใช้ประโยชน์ได้มากมาย ถ้าคุณเอาเวลาไปเรียนเลข คุณก็จะข้องเกี่ยวแต่กับเลข แต่การที่คุณเรียนภาษา คุณจะสามารถต่อยอดความรู้นั้นไปได้มากมาย สามารถทำงานได้หลายอาชีพ เพราะการสื่อสารเป็นเรื่องที่สำคัญของมนุษย์ การเรียนภาษาไม่มีเสียแน่นอน การเรียนที่สนญ.นี้จะได้ประโยชน์อีกมาก จะได้รับข่าวสารต่างๆก่อนใครในเรื่องการศึกษาต่อ หรือกิจกรรมแลกเปลี่ยนต่างๆ ครูที่นี่ก็ล้วนแต่มีประสบการณ์ในการไปอยู่ที่ญี่ปุ่น แล้วก็มีครูเจ้าของภาษาด้วย การเดินทางก็สะดวก ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ได้เรียนที่สนญ.ค่ะ

เรียนญี่ปุ่นมา กี่ปีแล้วคะ  แล้วชอบอะไรที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นมากที่สุด

เรียนภาษาญี่ปุ่นมา 7 ปีแล้ว ชอบทานอาหารญี่ปุ่น แล้วก็ชอบรายการทีวี/การ์ตูนญี่ปุ่น ประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นก็สนุก รวมมีวิวที่สวยงามต่างๆมากมาย


ขอความคิดเห็นน้องด้วยค่ะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้กระแสเกาหลีจะมาแรงมากแล้ว
หลาย ๆ คนก็บอกว่าญี่ปุ่นหนะOUT แล้วเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยยังไงคะ

ส่วนตัวแล้วก็ชอบนักร้องเกาหลีเข้าขั้นเหมือนกัน ชอบวง SNSD กับ f(x) แต่ก็ไม่ได้คิดว่าภาษาญี่ปุ่นจะตกไปแล้วหรืออะไร เพราะคิดว่ายังไงก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว อาจจะเป็นเพราะผูกพันกับภาษาญี่ปุ่นมากนาน แต่การเรียนภาษาญี่ปุ่นก็สามารถเรียนได้เรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าตอนนี้เกาหลีมาแรงแล้วไม่ควรเรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะถึงยังไง การที่คุณได้เรียน ก็คือการที่คุณได้รู้ภาษาที่ใช้ติดต่อสื่อสารมากขึ้นอีกภาษา ไม่ใช่ว่าเกาหลีกำลังฮิตแล้วญี่ปุ่นจะไม่จำเป็น เพราะถ้าไปอยู่ญี่ปุ่น การพูดเกาหลีก็ไม่จำเป็นเหมือนกัน ถึงตอนนี้มันจะเอ้าท์ แต่ไม่ได้แปลว่าถ้าคุณเรียนภาษานี้แล้วคุณจะไม่ได้ใช้


มีโครงการที่จะไปเรียนต่อญี่ปุ่น  หรือว่าในอนาคตข้างหน้าจะทำงานอะไรเกี่ยวกับญี่ปุ่นมั้ย

ก็อยากจะไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น อยากจะไปเรียนรู้เรื่องการทำรายการโทรทัศน์ที่นั่น


ได้รู้จักกับเชอแตมและมุมมองเรื่องการเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วก็อย่าลืมมาเรียนภาษาญี่ปุ่นกับเราที่ส.น.ญ.กันเยอะ ๆ นะคะ